นายกฯ แนะมาตรการ BOI ดึงดูดการลงทุนต่างประเทศ สร้างความเข้มแข็ง SMEs ไทย

วันนี้ (20 กันยายน 2562) เวลา 09.00 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ครั้งที่ 1/2562 โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมหารือด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมว่า  เป้าหมายอย่างหนึ่งของการส่งเสริมการลงทุนท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวนขณะนี้ คือ การดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในไทย ขณะเดียวกันก็ต้องช่วยกันดูแลผู้ประกอบไทยโดยเฉพาะ SMEs ของไทย ให้เข้มแข็งสามารถแข่งขันและเติบโตได้ด้วย เพราะรัฐบาลส่งเสริมทั้งนักลงทุนต่างประเทศและสนับสนุนผู้ประกอบการของไทยให้มีศักยภาพและอยากลงทุนที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนไทยในประเทศด้วย 

โอกาสนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบมาตรการเร่งรัดการลงทุน เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ กระตุ้นการลงทุนขนาดใหญ่  โดยกิจการในกลุ่มเป้าหมายที่เข้าเงื่อนไขจะได้สิทธิประโยชน์พื้นฐานยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5-8 ปี  ที่ตั้งนอกกรุงเทพมหานคร ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 เป็นเวลา 5 ปี ด้วย โดยต้องยื่นขอรับการส่งเสริมภายในปี 2563  และจะต้องมีการลงทุนจริงไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาทในปี 2564  นอกจากนี้ ยังเห็นชอบมาตรการเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ประกอบด้วย มาตรการสนับสนุนการฝึกอบรม และมาตรการสนับสนุนการจัดตั้งสถาบันเพื่อพัฒนาบุคลลากรทักษะสูงโดยภาคเอกชน เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการ จัดตั้งสถานฝึกฝนวิชาชีพ หรือร่วมกับสถาบันการศึกษาในการเสริมทักษะทั้งในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม (STEM) และ NON STEM  โดยสามารถนำเงินลงทุนหรือค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนาบุคลากรในวงเงินไปยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และสิทธิประโยชน์อื่นตามที่ได้กำหนดไว้ 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบอนุมัติเพิ่มอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นเมืองต้นแบบแห่งที่ 4 ตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนภายใต้โครงการเมืองต้นแบบ ฯ เพื่อช่วยให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะได้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ  อาทิ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี สำหรับโครงการใหม่ และ 5 ปี สำหรับโครงการเดิม  ลดหย่อนอากรขาเข้าร้อยละ 90 ของอัตราปกติ สำหรับวัตถุดิบหรือวัสดุจำเป็นที่ต้องนำเข้ามาผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เป็นระยะเวลา 10 ปี เป็นต้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเสริมว่า ขอให้ชี้แจงประชาสัมพันธ์ถึงสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนให้ชัดเจนเพื่อเร่งรัดให้ภาคเอกชนมีการกระจายการลงทุนในทุกๆ ภูมิภาค โดยเฉพาะจังหวัดที่มีศักยภาพและพื้นที่ในภูมิลำเนา
ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการทำงานว่า การกำหนดนโยบายส่งเสริมการลงทุนของ BOI จะต้องคิดให้ทันยุค ทันเทคโนโลยี ซึ่งเราต้องคิดเสมือนเป็นตัวแทนนักลงทุนว่าสิทธิประโยชน์ด้านใดที่ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริง จัดทำรายละเอียดและชัดเจน ลดขั้นตอนการดำเนินงาน สร้างกลไกเชื่อมโยงการทำงานแบบบูรณาการกับทุกหน่วยงาน ทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสถาบันการศึกษา ตนเองมีความห่วงใย SMEs ไทยและแรงงานไทย ขอให้ทุกคนช่วยกันเสริมสร้างขีดความสามารถ เตรียมสร้างคนไทยรุ่นใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการของโลกในศตวรรษที่ 21 ด้วย

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ