เร่ง DEPA สร้างกลไกการยกระดับเกษตรกรรมไทยสู่ Smart Agriculture



 

(5 ธันวาคม 2566)นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอี) เปิดเผยว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีดีอี ลงพื้นที่ ครม.สัญจร จังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 3-4 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมาได้สั่งให้มีการเร่งขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับเกษตรกรรมไทยในการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศตามนโยบาย The Growth Engine of Thailand

โดยได้สั่งการไปยังสำนักงานเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ DEPA  ในการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาด้านการเกษตร ทั้งเรื่องของ การใช้เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)

ซึ่งดีป้ามีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการใช้ เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อการจัดการเพาะปลูก ซึ่งการที่ชุมชนหรือเกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการทำเกษตรกรรม ลดความผิดพลาด และเป็นการต่อยอดข้อมูล ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ให้ออกมาเป็นแนวทาง หรือ วิธีการต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและลดการสูญเสียของผลิตผลได้

โดยปัจจุบันได้อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูล เช่น ข้อมูลเพื่อการพยากรณ์อากาศ ข้อมูลผลผลิตพืชผล การเลือกใช้ปุ๋ย รวมถึงข้อมูลด้านเกษตรกรรมอื่น ๆ

นอกจากนี้ มีเรื่องของ แพลตฟอร์ม ‘ฟ้าฝน’ เพื่อส่งเสริมเกษตรกรใช้บริการระบบและอุปกรณ์อัจฉริยะที่ดีป้าส่งเสริม และมีการพัฒนาโดยดิจิทัลสตาร์ทอัพของไทย เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยในการพยากรณ์อากาศและตรวจวัดคุณภาพดิน เพื่อวางแผนการเพาะปลูก แก้ปัญหาพืชผลล้นตลาด ราคาตกต่ำ

โดยมีการติดตั้ง สถานีตรวจวัดสภาพอากาศอัจฉริยะแบบ All-in-one ในชื่อ FAHFON SENSE ที่สามารถวัดค่าได้ถึง 17 ตัวแปรจาก Smart Pole เพียง 1 ต้น อีกทั้งตรวจวัดสภาพอากาศได้รายแปลง ก่อนแจ้งเตือนไปที่แอปพลิเคชัน “ฟ้าฝน” ในสมาร์ทโฟน โดย FAHFON SENSE เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน dSURE (Digital Sure)

“แพลตฟอร์ม ‘ฟ้าฝน’ จะช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผน ดูแล จัดการกระบวนการผลิตและเพาะปลูก รักษาคุณภาพผลผลิต และเพิ่มรายได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมต่อยอดด้วยเทคโนโลยี Big Data รวบรวมข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ต่อภาคเกษตรกรรมต่อไป

โดย ดีป้าได้มีการดำเนินการส่งเสริมด้านเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยเทคโนโลยีพยากรณ์อากาศ เพื่อช่วยเกษตรกรดูแลผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ ผ่านโครงการ DIGITAL INFINITY: SMART LIVING ได้ดำเนินการติดตั้งสถานีตรวจวัด FAHFON SENSE จำนวน 250 สถานี ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ตรัง ปราจีนบุรี มหาสารคาม และจังหวัดราชบุรี” โฆษกฯ ดีอี กล่าว

สำหรับโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ) ซึ่งได้ดำเนินการแล้ว เพื่อส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อการยกระดับชุมชนด้วยเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตรผ่านการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบินและการซ่อมบำรุงโดรนแก่กลุ่มเกษตรกรและชุมชนในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

โดยประเมินว่า ภายใน 1 ปีของการดำเนินโครงการจะเกิดศูนย์บริการฯ ทั่วประเทศ จำนวน 50 ศูนย์ ผลักดันให้ชุมชนเกิดการประยุกต์ใช้โดรนเพื่อการเกษตรจำนวน 500 ชุมชน ครอบคลุมพื้นที่ทางการเกษตร 4 ล้านไร่ ลดต้นทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังได้มอบหมายให้ดีป้า มุ่งส่งเสริมผลิตภัณฑ์ IoT Smart Farm ด้วย โดยผ่านการทำงานของเซนเซอร์หลากหลายตัว ได้ แก่ เซนเซอร์อุณหภูมิ ความชื้นในดิน และในอากาศ วัดค่าปุ๋ย ความเป็นกรดและความเป็นด่างในน้ำหรือในดิน เป็นต้น

โดยเซนเซอร์ดังกล่าวจะถูกสั่งการจากระบบควบคุมที่ตั้งค่าไว้ให้เหมาะสมกับพืช หรือ โรงเรือนนั้น ซึ่ง ดีป้า ได้ดำเนินการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ IoT Smart Farm ตั้งแต่การจัดการโรงเรือน การรดน้ำ การเก็บเกี่ยว รวมถึงการขนส่ง พร้อมกันนี้ยังเป็นกานแก้ไขปัญหาแรงงาน ลดต้นทุนและประหยัดเวลา โดยผลการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องผ่านมาตรการส่งเสริมและสนับสนุน สามารถส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT และ Smart Farm ในภาคชุมชนและเกษตรกร ไปแล้วรวมมากกว่า 5,300 ราย

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ